people
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่แปลกๆ ที่มนุษย์สร้าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่แปลกๆ ที่มนุษย์สร้าง แสดงบทความทั้งหมด

ตึกแปลกๆ ระดับโลก (แต่มีจริงๆ ) (3)

11. The Basket Building (Ohio, United States)


สงสัยชาวอเมริกันอาจต้องการความแตกต่างเพื่อความเด่นหรืออย่างไร เลยสร้างตึกรูปร่างแปลกๆ มาอวดชาวโลกกันเยอะ
ตึกรูปร่างน่ารักนี้เป็นสำนักงานของบริษัท The Longaberger Basket Co.,Ltd. ซึ่งเป็นบริษัททำตะกร้าจ่ายตลาดชื่อดัง ตั้งอยู่ในเมือง Newark, Ohio ขนาด 180,000 ตร.ฟุต ใช้เวลาสร้างนาน 2 ปี ราคาก็ประมาณ 30 ล้านเหรียญเท่านั้นเองงง

12. Shoes House (Pennsylvania, USA)


บ้านรูปทรงรองเท้าไม้ สร้างขึ้นในปี 1948 โดย พ.อ.Mahlon N. Haines คงเป็นแฟนเทพนิยายตัวยงเลยทีเดียว

13. Solar Furnace (Odeillo, France)



อาคาร Solar Furnace เป็นตึกที่ออกแบบมาเพื่อสร้างพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้กระจกโค้งซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงเพื่อไปรวมศูนย์กลางไว้ทีุ่จุด focus ซึ่งจุดนี้มีอุณหภูมิถึง 3,500 °C (6,330 °F) เพื่อใช้สร้างกระแสไฟฟ้า ...ไม่เหลือซากกันเลยครับ

14. The Crooked House (Sopot, Poland)


บ้านเบี้ยว!? 
บ้านเบี้ยวๆ นี่สร้างขึ้นเมื่อ ม.ค. 2003 เสร็จในเดือน ธ.ค. ปีเดียวกัน โดยคนสร้างคงชื่นชอบภาพวาดในหนังสือเทพนิยายของ Jan Marcin Szancer (นักวาดภาพเด็กชื่อดังในโปแลนด์) และ Per Dahlberg (นักวาดภาพชาว Swedish) 

15. Chang Building (Bkk, Thailand)


ไปกันมารอบโลก มาดูตึกแปลกในไทยบ้าง 
"ตึกช้าง" สร้างโดย ศจ.อรุณ ชัยศรี เนื่องจาก อ.อรุณชื่นชอบช้างมาก ทั้งยังมีสะสมไว้มากมาย จึงออกแบบอาคารรูปช้างดังที่เราคุ้นตากันดี ปัุจจุบันเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานสุดฮิตแห่งหนึ่ง

-----
ที่มา: 
1. wikipedia.com
2. google.com



ตึกแปลกๆ ระดับโลก (แต่มีจริงๆ ) (2)

มาว่ากันเรื่องตึกแปลกๆ กันต่อ 


6. Fuji television building (Tokyo ,Japan)




ตึกรูปร่างแปลกตานี้คือ สำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ Fuji Television ซึ่งเป็น landmark ของเมือง Odaiba ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อ Kenzo Tange 
ลูกบอลที่เห็นในภาพนี้มีน้ำหนักถึง 1,200 ตัน เ้ส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 32 เมตร (ถ้าหลุ่นนี่มีหวัง... -_-' ) ภายในมีห้องสตูดิโอ 10 ห้อง คนภายนอกสามารถเข้าชมได้ภายในลูกบอลนั่นได้ โดยผู้ใหญ่ราคา 500 เยน เด็ก 300 เยน ครับ


7. Dome House (Florida, United States)


ตึกรูปโดมหน้าตาล้ำยุคนี้ เป็นที่ฮือฮามากหลังจากปี 2004 เนื่องจากหลังจากเกิดพายุเฮอริเคนความเร็วลม 300 ไมล์ต่อชั่วโมงถล่ม Pensacola Beach รัฐ Florida, USA แต่ตึกนี้แทบไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลย (ส่วนข้างๆ พังเรียบ) 
ถือว่านอกจากความล้ำสมัยแล้วยังป้องกันพายุและฝุ่นได้ดีอีกด้วย


8. Kansas City Public Library (Missouri, USA)




ไหนๆ ก็เป็นห้องสมุดแล้วก็สร้างอาคารรูปหนังสือขึ้นมาซะเลย โครงการนี้ตั้งอยู่ใจกลาง Kansas City ...สงสัยนักศึกษาที่นี่คงรักหนังสือน่าดู


9. Habitat 67 (Montreal, Canada)



ตึกรูปร่างคล้ายรังต่อนี้สร้างขึ้นจากการจัดงาน Expo 67 ซึ่งจัดขึ้นในเมือง Montreal ซึ่งกลุ่มอาคารนี้เป็นหนึ่งในส่วนหลักของงานนี้เลยทีเดียว โดยต้องการสื่อความหมายในเชิงสัญลักษณ์ถึงภูมิปัญญา ความจริง และความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันของมนุษย์ในสังคม...มันเป็นงานศิลปะ 
10. Cubic House (Rotterdam, Netherlands)
Welcome to cubic world! 
แนวคิดการสร้างบ้านรูปทรงคิวบิกนี้เกิดขึ้นเมื่อปีช่วง 1970 โดย Piet Blom ได้สร้างบ้านทรงลูกบาศก์นี้ในเมือง Helmond จากนั้นเกิดไปสะดุดตาผู้ว่าการเมือง Rotterdam เข้า จึงได้ให้เขาออกแบบส่วนบนของสะพานให้ นาย Blom จึงอวดฝีไม้ลายมือของเขาเป็นรูปทรงคิวบิก โดยสะท้อนแนวคิดเชิง abstract (ศิลปินอีกแล้ว) ว่าบ้านแต่ละหลังหมายถึงต้นไม้ ซึ่งรวมเข้าด้วยกันเป็นป่านั่นเอง ...เข้าไปกันไปเลย
----------------
ที่มา: 
1. atcloud.com
2. villageofjoy.com

ตึกแปลกๆ ระดับโลก (แต่มีจริงๆ ) (1)


ไปดูสถานที่แปลกๆ กันมาแล้ว คราวนี้เปลี่ยนบรรยากาศไปดูตึกแปลกๆ พิสดาร (แต่มีจริง) ในโลกกันบ้างครับ เริ่มกันที่นี่ครับ

1. Air Force Academy Chapel (Colorado, USA)



ก็เหมาะกันดีล่ะครับเพราะเป็นโรงเรียนสอนทำการบินของสหรัฐเขา (งบมันเยอะ)

2. Beijing National Stadium (Beijing, China)


ชื่อคุ้นหูใช่มั้ยครับ มันเป็นสนามกีฬาจัดมาเพื่อโอลิมปิกที่ผ่านมา โดยรัฐบาลจีนทุ่มทุนสร้างโดยจัดการประกวดแบบให้สถาปนิกทั่วโลก ซึ่งสถาปนิกชื่อดัง Herzog & de Meuron รางวัล Pritzker Prize จัดไปได้อลังการงานสร้างอย่างที่เห็นครับ  

3. Container City 
ใครอยากมีบ้านแนวๆ (ไม่เหมือนใคร) ดูดีมีสไตล์ รักษาโลก และสร้างเสร็จภายในวันเดียวต้องนี่เลยครับ บ้านจากคอนเทนเนอร์  แต่อย่าคิดว่าอึดอัด ข้างในนี่สะดวกสบายเหมือนบ้านทั่วๆ ไป โดยทางผู้สร้างโครงการนี้ชี้แจงว่ามีประโยชน์ในการใช้สอยมากและประหยัดครับ มีให้เลือกกันหลายแบบ


อันนี้ของฝั่งอังกฤษ สนใจติดต่อ Urban Space Management, Container City™ ได้ (กระผมไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด 555)
ส่วนผู้ใดรักธรรมชาติ แต่อยากมีบ้านสุดเดิ้น ก็นี่ครับ "Manifesto House" หลังนี้ เค้าใช้คอนเทนเนอร์กรุด้วยแผ่นไม้มาทำผนัง เพื่อให้ดูโปร่งโล่งสบายและอากาศหมุนเวียนได้ดี (เค้าบอกว่างั้นนะ)

Manifesto House 

ข้างในก็เดิ้นซะ สนนราคาประมาณ 79,000 ยูโร หรือ 3 ล้านกว่าบาทครับพี่น้อง -_-'

5. Erwin Wurm House Attack (Viena, Austria)


อาร้ายยยยย บ้านหล่นใส่หัว!
สำหรับ Erwin Wurm แล้ว ทุกสิ่งอย่างสามารถประติมากรรมได้ทั้งสิ้น 
คิดได้อย่างนั้นก็เลยสร้างบ้านหัวทิ่มบนตึกพิพิธภัณฑ์ Mumok Museum อย่างที่เห็นกันนี่ล่ะครับ เพื่อสะท้อนแนวคิดตามประสาศิลปินว่า มีสิ่ง (น่าสนใจ) ประดังประเดเข้ามาทางกำแพงของพิพิธภัณฑ์ตลอดเวลา
...รู้แต่ว่าปัจจุบัน มันกลายเป็น landmark แห่งหนึ่งใน Austria ไปเรียบร้อยโรงเรียนเวียนนาครับผม 

คราวหน้ายังมีตึกแปลกประหลาดอื่นๆ มาให้ชมกันอีกครับ:D

---------
references:
1. wikipedia.com
2. atcloud.com

ร้านอาหารสุดแปลกพิสดารบนโลก (3)

มาว่ากันเรื่องของร้านอาหารสุดแปลกกันต่อนะครับ หลังจากที่ไปกินกันแบบปุถุชนคนธรรมดาแล้ว คนเราคงอยากหารสชาติแปลกใหม่ให้ชีวิตพอควร ต่อไปต้องนี่ครับ



7. กินอาหารในคุก ที่ร้าน The Jail – ไต้หวัน 



ถ้าใครเกิดนึกจินตนาการว่าการกินข้าวในคุกจะรู้สึกแบบไหน แนะนำว่าลองที่นี่ครับ The Jail มีผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคือ Jacky Wu ซึ่งเป็นดาราของไต้หวันด้วยครับ แต่ผมว่านะ คงจะไม่เหมือนของจริงหรอกครับ เพราะมันไม่มีข้าวแดงกับโอเลี้ยงนิ 



8. กินอาหารไปทำลายของไป ที่ร้าน Rising Sun Anger Release Bar – นานกิง ประเทศจีน


ไม่รู้ว่าคนจีนเค้าเครียดอะไรกันนักหนาจนต้องมีร้านอาหารที่สามารถทำลายของในร้านได้ โดยทางร้านมีบริการให้ลูกค้าสามารถทุบตีหรือทำลายของในร้านได้ครับ แต่มีค่าบริการด้วยนะครับ อาจจะแพงพอดูเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเห็นบิลแล้วจะเครียดว่าเดิมรึปล่าว



9. กินอาหารบนเรือนร่างสตรี 
ที่ร้าน Nyotaimori - ประเทศญี่ปุ่น 








อันนี้แอบติดเรทนิดหน่อย (มั้งครับ) ไปกินซูชิที่
ร้าน Nyotaimori (หรือภาษาญี่ปุ่นชื่อ 女体盛りซึ่งแปลว่า การจัดแสดงเรือนร่างสตรี หรือรู้จักในประเทศญี่ปุ่นว่า การกินซูชิบนเรือนร่างคน โดยให้ผู้หญิงในร่างเปลือยเปล่าเป็นเสมือนภาชนะจัดวางซาซิมิ หรือปลาดิบ เพื่อให้ได้อรรถรสเต็มที่ในการกิน อืัมส์...no comment ละกันคร้าบ



10. กินอาหารแบบมืดๆ ที่ร้าน Unsicht-Bar – กรุงเบอร์ลิน เยอรมัน




ร้านอาหารในกรุงเบอร์ลินเปิดโอกาสให้คุณได้ลองประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะคุณจะกินข้าวแบบมืดๆ เจ้าของร้านเขาเชื่อว่า การที่เรามองไม่เห็นนั้นเปิดโอกาสให้ประสาทสัมผัสอื่นๆ ของเราทำงานได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้แล้ว การที่เรามองไม่เห็นกันและกันจะทำให้เกิดการสนทนาที่แปลกใหม่ระหว่างมื้ออาหาร

แต่ผมว่าคงไม่ต้องถ่อไปไกลถึงเบอร์ลินละครับ ถ้าลองไม่จ่ายค่าไฟสัก 2-3 เดือนคงได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ให้ชีวิตที่เมืองไทยนี่ละครับ :D




-------------
ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
1.www.digg.com



ร้านอาหารสุดแปลกพิสดารบนโลก (2)

วันนี้มาต่อกันเรื่องร้านอาหารสุดพิสดารกันต่อนะครับ หลังจากพาไปชมส้วม โรงพยาบาล และร้านน้องหมาสุดหรูกันแล้ว ยังมีนี่อีกครับ


4. กินอาหารกับถุงมีชัย ที่ร้าน Cabbages & Condoms Restaurant – กรุงเทพ ประเทศไทย


ร้านอาหารที่เกิดจากคุณมีชัย วีระไวทยะ ซึ่ง (ถ้าจะจำได้) เป็นผู้ผลักดันให้เกิดการใช้ถุงยางอนามัยในประเทศไทย หรือสมัยนั้นเรียกติดปากว่า “ถุงมีชัย” ส่วนร้านนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่าถุงยางอนามัยควรจะเป็นที่ยอมรับในเมืองไทย


ส่วนเครื่องประดับตกแต่งร้านอื่นๆ ก็ได้แก่ ลายสัก ถุงยาง และพวก Sex toy ต่างๆ และอาจจะพบเห็นได้ในบางเมนู เช่น ต้มยำถุงยาง (Yam Tung Yang) หรือ ยำถุงยาง (Yam Cabbages & Condoms) ...อันนี้ถ้าอยากลองลิ้มชิมรสเชิญได้นะครับ อยู่ในเมืองไทยกันนี้เอง

5. กินข้าวบนเตียง ที่ร้าน Duvet - N.Y. สหรัฐอเมริกา 




อันนี้ความจริงผมว่ามันไม่แปลกมากสำหรับผม (ที่กินบนเตียงประจำ 555) เอาเป็นว่าถ้าอยากลองร้านอาหารสไตล์แปลกแตกต่างลองกินที่ Duvet ที่เหมาะสำหรับการไป hang out กับก๊วนเพื่อน กินกันบนเตียง ก๊งกันบนเตียงไปเลยครับ เขามีเตียงขนาด king size ให้บริการร่วม 30 เตียง แถมมีหมอนมากพอที่จะปาเล่นกันได้ (ระหว่างเมา)



6. กินอาหารสุด Dirty ที่ร้าน Dick's Last Resort – ชิคาโก้ สหรัฐอเมริกา












ถ้าใครชอบแนวดิบๆ เถื่อนๆ หน่อยละก็ ร้านนี้ไม่ควรพลาดครับ เหมาะกับพวก Hard core โดยเฉพาะ ร้านอาหารเป็นพวกอาหารอเมริกันกึ่งบาร์ครับ แต่ไม่เหมาะกับพวกสุภาพเรียบร้อยเป็นอย่างยิ่ง ดูในรูปเจ้เขาสิครับ อิอิอิ



------------------
ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
1. www.digg.com



ร้านอาหารสุดแปลกพิสดารบนโลก (1)



หลังจากพาไปดูสถานที่แปลกแบบสวยๆ งามๆ ลี้ลับกันไปมากแล้ว วันนี้ผมขอเปลี่ยนบรรยากาศโดยพาไปชมร้านอาหารแปลกๆ (ค่อนไปทางพิสดาร) กันบ้างดีกว่า เผื่ออยากจะแวะไปสัมผัสบรรยากาศด้วยตัวเองดูบ้าง ชีวิตจะได้มีความหมาย (ว่าอะไร)




1. กินอาหารในส้วมที่ร้าน Modern Toilet – กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน


เริ่มด้วยร้านอาหารสไตล์ (เหมือน) นั่งกินในส้วมกันครับ โดยมีนักธุรกิจหัวใสไอเดียแปลก (แหวกแนว) จัดร้านสไตล์ส้วมแบบโมเดินซะด้วย หลายคนอาจแทบจะวิ่งหนีเมื่อคิดว่าจะได้ไปกินข้าวในส้วม แต่ที่ร้านส้วมนี่ผู้คนต่างมาอุดหนุนกันอย่างแน่นขนัดเต็มที่นั่งร่วม 100 ที่!!!


ส่วนถ้วยชามรามไหต่างๆ ไม่ต้องครับ เขาเสิร์ฟกันบนส้วมจริงๆ ครับแต่ภาชนะทำเลียนแบบนะครับ มิใช่ของจริงแต่อย่างใด  แถมยังให้ลูกค้านั่งกินบนส้วมชักโครกอีกต่างหาก
เจ้าของคาดว่าจะสามารถดึงดูดบรรดาลูกค้า (โดยเฉพาะสาวๆ ) ที่มีอารมณ์ขันได้เป็นอย่างดี หากท่านใดสนใจก็ลองไปใช้บริการได้นะครับ แฮ่ม แต่ผมขอตัวสละสิทธิ์คนแรกละครับ



2. กินอาหารบนรถเข็นโรงพยาบาล ที่ร้าน Aurum – สิงคโปร์




สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว การนั่งละเลียดอาหารค่ำที่โรงพยาบาลไม่ใช่เรื่องน่าพิสมัย แต่ Clement Lee ผู้บริหารของ LifeBranz กลับสร้างความแตกต่างโดยเสิร์ฟอาหารอย่างดี ที่เขาอ้างว่าได้ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างรสชาติใหม่ๆ แถมมี Ferran Adria เชฟฝีมือเยี่ยมจากร้าน Spain’ El Bulli ในสเปนและ Heston Blumenthal จาก Fat Duck ในประเทศอังกฤษ

แต่ถ้ายังไม่ถึงอกถึงใจในความแปลก คุณ Lee แนะนำว่าบางทีคุณอาจจะอยากได้รถเข็นทองคำ โรงเก็บศพ หรือเตียงผ่าตัด เพื่อเพิ่มรสชาติอาหารให้แปลกขึ้นก็ได้นะครับ! 

3. พาน้องหมาไปกินอาหาร (หรู) ที่ร้าน The Dining Dog Cafe – Edmonds สหรัฐอเมริกา


หลังจากคนอิ่มกันไปบ้างแล้ว ก็ได้เวลาพาน้องหมาสุดรักไปกินอาหารสุดหรู ทั้งเบเกอรี่ คุ้กกี้ และอีกมากมาย แต่อย่างว่าละครับ มันเป็นร้านอาหารหมาเท่านั้น คนก็อดไปสิครับ

คราวหน้าไว้มาต่อนะครับ
---------------------------
ขอบคุณข้อมูลจาก 
1.www.digg.com


Avebury – Wiltshire, England

หมู่บ้านสุดลี้ลับ Avebury

ไหนๆ ผมได้เขียนเรื่อง Stonehenge ไปแล้ว เลยคิดว่าถ้าไม่พูดถึงหมู่บ้านอาถรรพ์ (เขาว่ากันนะ) ที่อยู่ในเขตเดียวกันก็คงไม่ครบเครื่อง
Avebury Stone Circles



เอาเป็นว่าถัดจาก Stonehenge ไปอีกประมาณ 25 กม. มีหมู่บ้าที่ชื่อ Avebury ตั้งอยู่ ซึ่งที่หมู่บ้านนี้เองก็มีแท่งหินลักษณะเดียวกันกันเรียกว่า Avebury Stone Circles เป็นกลุ่มหินขนาดใหญ่วางเรียงกันเป็นวงกลมชั้นเดียว หินแต่ละก้อนวางห่างกันประมาณ 10 ม. รวมแล้วกว้างถึง 348 ม. และมีถนนตัดผ่านกลางวงหิน ถ้ามองจากมุมสูง (ดูจากรูปข้างบน) จะเห็นเป็นวงกลมได้อย่างชัดเจน ซึ่งแม้ว่าขนาดจะไม่ใหญ่เท่ากับ Stonehenge แต่ว่ากันว่าสามารถสัมผัสได้ถึงความลี้ลับเช่นเดียวกัน!  

โดยหากนำแท่งเหล็กรูปตัว L จำนวน 2 แท่ง ให้กำด้านสั้นไว้อย่างหลวมๆ ให้แท่งเหล็กขนานกัน (ถ้านึกภาพไม่ออกให้นึกถึงเครื่องสแกน GT200 นะครับ) ค่อยๆ เดินไปทางทิศใต้ของวงหิน จะเห็นแท่งหินทั้งสองที่เคยขนานกันค่อยๆ เบนมาไขว้กันในที่สุด และเมื่อเดินถอยหลังกลับไป แท่งเหล็กทั้งสองจะกลับมาขนานกันเหมือนเดิมได้อย่างน่าอัศจรรย์


ความจริงเรื่องนั้นก็แปลกพอดูแล้ว ยังไม่พอครับ 


ในทุ่งราบเมือง Avebury นี้ ยังเคยเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Crop Circle” หรือปรากฏการณ์วงกลมปริศนาบนทุ่งนา ไร่ข้าวโพด ข้าวบาร์เล่ 
แล้วมันคืออะไรล่ะ? ถ้าเรามองจากมุมสูงเราจะเห็นเหมือนใครทำตราหรือสัญลักษณ์อะไรสักอย่างหนึ่ง ส่วนมากเป็นรูปวงกลมหรือเรขาคณิตต่างๆ บนไร่เหล่านั้น (ถ้ายังนึกไม่ออกแนะนำให้ไปดูเรื่อง The Signs ครับ) และที่แปลกพิศวงไปกว่านั้นคือ มันมักเกิดขึ้นในฤดูร้อนครับ

 Crop Circle ที่เมือง Avebury

หมู่บ้านแห่งนี้จึงได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจพิสูจน์เรื่องแปลกลี้ลับนี้เป็นจำนวนไม่น้อยเลยครับ ถ้าสนใจเชิญพิสูจน์กันได้นะครับ แต่ไหนๆ ถ้าคิดจะแวะไปแล้วอย่าลืมไปดู Stonehenge ในวันกลางฤดูร้อน (ประมาณ 21 มิ.ย.) ด้วยนะครับ :D



-------------
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
1. wikipedia.com
2. nationalgeographic.com